ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงอันดับ 3 เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569 เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติฝรั่งเศส พบกับ ทีมชาติอังกฤษ สองทีมยักษ์ใหญ่ที่พลาดโอกาสผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยฝรั่งเศสพ่ายให้ สเปน 0-2 ขณะที่อังกฤษแพ้แชมป์เก่า อาร์เจนตินา 1-2
แม้เกมนี้จะไม่มีแชมป์เป็นเดิมพัน แต่ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแลกกันอย่างสนุก ก่อนสุดท้ายจะเป็น อังกฤษ ที่เฉือนเอาชนะ ฝรั่งเศส 6-4 พร้อมคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026 ไปครอง
อังกฤษใช้เวลาเพียง 3 นาที ก็ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากความผิดพลาดของ เดซีเร่ ดูเอ้ ที่จ่ายบอลเสียกลางสนาม ก่อนที่ เดแคลน ไรซ์ จะตัดบอลได้ ลากเข้าหาหน้ากรอบเขตโทษและปั่นด้วยขวาเสียบมุมอย่างสวยงาม
ฝรั่งเศสพยายามตอบโต้ทันที นาทีที่ 11 ไรยัน แชร์กี้ ได้โอกาสยิงเต็มข้อ แต่ ดีน เฮนเดอร์สัน ยังพุ่งเซฟช่วยอังกฤษไว้ได้
นาทีที่ 12 บูคาโย่ ซาก้า ส่งบอลเข้าประตูได้แล้ว แต่ผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า ทำให้สกอร์ยังอยู่ที่ 1-0
อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 18 อังกฤษหนีห่างเป็น 2-0 จากลูกเตะมุมของ เดแคลน ไรซ์ ที่เปิดให้ เอซรี คอนซ่า โหม่งเต็มศีรษะเข้าประตู โดยไรซ์มีส่วนร่วมกับทั้งสองประตูแรก ทั้งยิงเองและแอสซิสต์
เกมยังเป็นของอังกฤษ และนาทีที่ 37 มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลคืนให้ บูคาโย่ ซาก้า ซัดไม่เหลือ พาทีมนำ 3-0
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+2 เอเบเรชี เอเซ่ จ่ายทะลุช่องให้ ซาก้า หลุดไปยิงประตูที่สองของตัวเอง ส่งอังกฤษนำห่างถึง 4-0 ก่อนหมดครึ่งแรก
เริ่มครึ่งหลัง ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ แก้เกมทันทีด้วยการเปลี่ยนผู้เล่นถึง 4 คน ส่ง แบรดลีย์ บาร์โคล่า, อุสมาน เดมเบเล่, ลูก้าส์ ดีญ และ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ลงสนาม
การเปลี่ยนตัวเห็นผลทันที
นาทีที่ 48 ไมเคิล โอลีเซ่ จ่ายทะลุให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หลุดเข้าไปยิงตีไข่แตกเป็น 1-4 พร้อมเพิ่มสถิติดาวซัลโวเป็น 9 ประตู
อีกเพียง 6 นาทีต่อมา เอ็มบัปเป้ แอสซิสต์ให้ แบรดลีย์ บาร์โคล่า ยิงไล่มาเป็น 2-4
ฝรั่งเศสเดินหน้าบุกต่อ และนาทีที่ 66 โอลีเซ่ แอสซิสต์อีกครั้งให้ เอ็มบัปเป้ หลุดเข้าไปยิงประตูที่สองของตัวเองในเกม ไล่มาเหลือ 3-4 พร้อมขยับเป็น 10 ประตู ในฟุตบอลโลก 2026
แม้ฝรั่งเศสจะครองเกมบุกต่อเนื่อง แต่ช่วงนาทีที่ 85 อังกฤษมาได้จุดโทษ เมื่อ เจด สเปนซ์ ถูก มาโล กุสโต้ ทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ
จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง รับหน้าที่ยิงไม่พลาด พาอังกฤษหนีเป็น 5-3
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+6 อุสมาน เดมเบเล่ ยิงให้ฝรั่งเศสไล่มาเป็น 4-5 ทำให้เกมกลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง
แต่เพียงสองนาทีต่อมา นาที 90+8 เบลลิงแฮม หลุดเดี่ยวก่อนยิงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเฉียบขาด เป็นประตูปิดท้ายให้ อังกฤษเอาชนะฝรั่งเศส 6-4
ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ ทีมชาติอังกฤษ คว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ ถือเป็นผลงานดีที่สุดของทัพ "สิงโตคำราม" นับตั้งแต่คว้าแชมป์โลกครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปี 1966
ด้าน ฝรั่งเศส จบอันดับ 4 ของฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ ต่อจากปี 1982 แม้ว่า คีลิยัน เอ็มบัปเป้ จะจบการแข่งขันด้วยผลงาน 10 ประตู คว้าตำแหน่งดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ก็ตาม
ฝรั่งเศส 4-6 อังกฤษ