ศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย) คู่สุดท้าย เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ณ สนาม แอร์โรว์เฮด สเตเดี้ยม เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์เก่า ลงสนามพบกับ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ทีมแกร่งจากยุโรป โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับ ทีมชาติอังกฤษ ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ท่ามกลางแฟนบอลทั่วโลกที่ติดตาม ดูบอลออนไลน์, ดูบอลโลก และ ดูบอลสด กันอย่างคึกคัก
เริ่มเกมได้เพียง 10 นาที กองเชียร์ "ฟ้า-ขาว" ได้เฮลั่นสนาม เมื่อ ลิโอเนล เมสซี่ เปิดลูกเตะมุมโค้งเข้ากลางอย่างแม่นยำ ก่อนที่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ จะโหม่งเช็ดเปลี่ยนทางส่งบอลเสียบเสาสองอย่างเฉียบขาด
ประตูดังกล่าวถือเป็นประตูแรกของมิดฟิลด์จากลิเวอร์พูลในฟุตบอลโลก 2026 และช่วยให้อาร์เจนตินาขึ้นนำ 1-0
หลังจากได้ประตูนำ อาร์เจนตินาปรับแผนมาเล่นอย่างรัดกุม ลดความเสี่ยง เปิดโอกาสให้สวิตเซอร์แลนด์ครองบอลมากขึ้น แต่แนวรับของแชมป์เก่ายังคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
นาทีที่ 31 สวิตเซอร์แลนด์เกือบตีเสมอ เมื่อ บรีล เอ็มโบโล่ แตะหลบ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ หลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษ แต่ เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ อ่านเกมขยับออกมาปิดมุมได้อย่างรวดเร็ว ก่อนพุ่งเซฟช่วยอาร์เจนตินาไว้ได้
ช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งแรก ทั้งสองทีมแทบไม่มีโอกาสจบสกอร์แบบชัดเจน ทำให้จบ 45 นาทีแรก อาร์เจนตินายังคงนำอยู่ 1-0
กลับมาครึ่งหลัง นาทีที่ 49 ดาน เอ็นดอย ได้โอกาสยิงโล่ง ๆ แต่ถูก ลิซานโดร มาร์ตีเนซ พุ่งบล็อกได้อย่างเหลือเชื่อ ก่อนผู้กำกับเส้นจะยกธงล้ำหน้า
กระทั่งนาทีที่ 67 เอ็นดอยไม่พลาด เมื่อเล่นชิ่งกับ ริการ์โด้ โรดรีเกซ ก่อนหลุดเข้าไปยิงผ่านมือ เอมิ มาร์ตีเนซ ส่งให้สวิตเซอร์แลนด์ตีเสมอ 1-1
เกมพลิกอีกครั้งในนาทีที่ 72 เมื่อผู้ตัดสิน ชูเอา ปินเญยโร่ เป่าให้ เลอันโดร ปาเรเดส ทำฟาวล์ บรีล เอ็มโบโล่ พร้อมแจกใบเหลืองให้ปาเรเดส
อย่างไรก็ตาม หลังเช็ก VAR ผู้ตัดสินกลับคำตัดสิน โดยเห็นว่า เอ็มโบโล่ พุ่งล้มเพื่อเรียกฟาวล์ จึงเปลี่ยนมาแจกใบเหลืองให้หัวหอกสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นใบเหลืองที่สอง ทำให้เจ้าตัวถูกไล่ออกจากสนาม เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน
ช่วงท้ายเกม เมสซี่เกือบพาอาร์เจนตินาขึ้นนำหลายครั้ง ทั้งจังหวะหลุดเดี่ยวในนาทีที่ 85 และลูกยิงหน้ากรอบในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่ยังไม่ผ่านมือ เกรกอร์ โคเบล
จบ 90 นาที ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษ
นาทีที่ 111 เมสซี่ยังได้โอกาสปั่นด้วยซ้าย แต่ โคเบล ยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้
เพียงนาทีเดียวถัดมา ฮูเลียน อัลวาเรซ รับบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนปั่นด้วยขวาส่งบอลโค้งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสุดสวย พาอาร์เจนตินาขึ้นนำ 2-1
ช่วงทดเวลานาที 120+1 เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ หลุดเข้าไปยิงปิดท้ายอย่างเฉียบขาด ส่งให้อาร์เจนตินาเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์ 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับ ทีมชาติอังกฤษ ได้สำเร็จ
อาร์เจนตินา 3-1 สวิตเซอร์แลนด์ (ต่อเวลาพิเศษ)
ผู้ทำประตู
เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ - นาอวล โมลิน่า, คริสเตียน โรเมโร่, ลิซานโดร มาร์ตีเนซ, นิโกลัส ตายาฟิโก้ - โรดริโก้ เด ปอล, เลอันโดร ปาเรเดส, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ - ลิโอเนล เมสซี่ (กัปตันทีม), ฮูเลียน อัลวาเรซ
เกรกอร์ โคเบล - เดนิส ซากาเรีย, มานูเอล อาคันจี, นิโก้ เอลเวดี้, ริการ์โด้ โรดรีเกซ - อาร์ดอน จาชารี, กรานิต ชาก้า (กัปตันทีม), เรโม ฟรอยเลอร์ - ดาน เอ็นดอย, บรีล เอ็มโบโล่, รูเบน วาร์กัส
ผู้ตัดสิน: ชูเอา ปินเญยโร่ (โปรตุเกส)