ศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย) เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาตินอร์เวย์ พบกับ ทีมชาติอังกฤษ โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับผู้ชนะระหว่าง อาร์เจนตินา หรือ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ท่ามกลางแฟนบอลทั่วโลกที่ติดตาม ดูบอลออนไลน์, ดูบอลโลก และ ดูบอลสด กันอย่างคึกคัก
เริ่มเกม อังกฤษเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่า และนาทีที่ 28 จู๊ด เบลลิงแฮม เรียกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ หลังถูก คริสโตฟเฟอร์ อาเยอร์ ทำฟาวล์ ก่อนที่ แฮร์รี่ เคน จะรับหน้าที่ยิง แต่บอลเหินข้ามคานออกไป
แม้อังกฤษจะเป็นฝ่ายบุกต่อเนื่อง แต่กลับเป็น นอร์เวย์ ที่ได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 36 จากจังหวะที่ แฮร์รี่ เคน เสียบอลกลางสนาม ก่อนที่ มาร์ติน โอเดอการ์ด จะจ่ายออกทางซ้ายให้ อันเดรียส เชลเดอรุป ปั่นด้วยซ้ายเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม ส่งให้นอร์เวย์ออกนำ 1-0
ผู้เล่นอังกฤษพยายามประท้วงว่า เคน ถูกทำฟาวล์ก่อนเสียบอล แต่หลังจากผู้ตัดสินตรวจสอบแล้ว ยืนยันให้เป็นประตู
นาทีที่ 40 โอเดอการ์ดเกือบพานอร์เวย์หนีห่าง จากจังหวะยิงไกล แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ยังรับบอลไว้ได้
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก นาทีที่ 45+2 อังกฤษตามตีเสมอได้สำเร็จ เมื่อ แอนโธนี่ กอร์ดอน เปิดบอลเข้ากลางให้ จู๊ด เบลลิงแฮม วิ่งสอดเข้ามายิงผ่านมือ ออร์ยาน นีลันด์ ส่งบอลเข้าประตูอย่างเฉียบขาด จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1
ครึ่งหลัง อังกฤษแก้เกมด้วยการส่ง บูคาโย่ ซาก้า และ เอเบเรชี่ เอเซ่ ลงสนามแทน โนนี่ มาดูเอเก้ และ เดแคลน ไรซ์
นาทีที่ 55 นอร์เวย์ส่งบอลเข้าประตูได้จาก ทอร์บียอร์น เฮกเก้ม แต่หลังเช็ก VAR ผู้ตัดสินตัดสินว่า เออร์ลิง ฮาลันด์ ไปทำฟาวล์ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ก่อน จึงริบประตูคืน
นาทีที่ 76 อังกฤษรอดพ้นการเสียประตู เมื่อ คริสโตฟเฟอร์ อาเยอร์ โหม่งจากลูกเตะมุมไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 87 ซาก้าลากบอลถึงเส้นหลังแล้วเปิดเข้ากลาง แต่ไม่มีเพื่อนร่วมทีมเข้าชาร์จได้ทัน ทำให้จบ 90 นาที ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษ
เข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 93 อังกฤษมาได้ประตูชัย เมื่อ มอร์แกน โรเจอร์ส ยิงไกลจน ออร์ยาน นีลันด์ ปัดบอลไม่พ้น ก่อนที่ จู๊ด เบลลิงแฮม จะตามซ้ำเข้าไปไม่เหลือ พา "สิงโตคำราม" พลิกแซงนำ 2-1
นาทีที่ 99 อังกฤษได้จุดโทษจากจังหวะที่ เฌด สเปนซ์ ล้มในเขตโทษ แต่หลังเช็ก VAR ผู้ตัดสินยืนยันว่า ออสการ์ บ็อบบ์ ไม่ได้ทำฟาวล์ จึงยกเลิกคำตัดสิน
ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 110 อังกฤษเกือบได้ประตูปิดกล่องจาก เฌด สเปนซ์ แต่ นีลันด์ ยังโชว์เซฟช่วยนอร์เวย์เอาไว้ได้
ครบ 120 นาที อังกฤษเฉือนชนะนอร์เวย์ 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็น สมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์ และจะพบผู้ชนะระหว่าง อาร์เจนตินา กับ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 15 กรกฎาคม ส่วนนอร์เวย์ต้องยุติเส้นทางไว้เพียงรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ฟุตบอลโลก 2026 รอบก่อนรองชนะเลิศ (8 ทีมสุดท้าย)
นอร์เวย์ 1-2 อังกฤษ (ต่อเวลาพิเศษ)
ผู้ทำประตู
ออร์ยาน นีลันด์ - ยูเลียน ไรเยอร์สัน, คริสโตฟเฟอร์ อาเยอร์, ทอร์บียอร์น เฮกเก้ม, ดาวิด โมลเลอร์ โวลฟ์ - มาร์ติน โอเดอการ์ด (กัปตันทีม), พาทริค เบิร์ก, ซานเดอร์ เบอร์เก้ - อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ, เออร์ลิง ฮาลันด์, อันเดรียส เชลเดอรุป
จอร์แดน พิคฟอร์ด - เอซรี คอนซ่า, จอห์น สโตนส์, มาร์ค เกฮี, นิโก้ โอไรลี่ - เอลเลียต แอนเดอร์สัน, เดแคลน ไรซ์ - โนนี่ มาดูเอเก้, จู๊ด เบลลิงแฮม, แอนโธนี่ กอร์ดอน - แฮร์รี่ เคน (กัปตันทีม)
ผู้ตัดสิน: เกลม็องต์ ตูร์แป็ง (ฝรั่งเศส)