ศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่สนาม บีซี เพลส ประเทศแคนาดา เป็นการพบกันระหว่าง สวิตเซอร์แลนด์ และ โคลอมเบีย โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ไปพบกับ แชมป์เก่า อาร์เจนตินา ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้
เกมตลอด 120 นาทีเต็มเป็นไปอย่างเข้มข้น แม้ทั้งสองทีมจะสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ไม่สามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ ก่อนที่ สวิตเซอร์แลนด์ จะดวลจุดโทษเอาชนะ โคลอมเบีย 4-3 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1954
เริ่มเกมมา โคลอมเบียเป็นฝ่ายครองเกมได้ดีกว่า และสร้างโอกาสเข้าทำอย่างต่อเนื่อง
นาทีที่ 21 กุสตาโว่ ปวยร์ต้า หลุดเข้าไปปั่นด้วยเท้าขวา บอลโค้งกำลังจะเสียบเสาไกล แต่ เกรกอร์ โคเบล นายด่านสวิตเซอร์แลนด์ พุ่งปัดเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
หลังผ่านครึ่งชั่วโมง สวิตเซอร์แลนด์เริ่มตั้งเกมได้ และมีโอกาสลุ้นจาก ฟาเบียน รีเดอร์ ที่หลุดเข้าไปยิงเต็มข้อ แต่ กามิโล่ วาร์กัส ยังเซฟช่วยโคลอมเบียไว้ได้
จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0
กลับมาครึ่งหลัง รูปเกมยังคงสูสี โดย โคลอมเบีย เดินหน้าบุกได้มากกว่า
นาทีที่ 60 ลุยส์ ซัวเรซ ได้โอกาสยิงแบบเน้น ๆ แต่ยังไม่ผ่านการป้องกันของ เกรกอร์ โคเบล ที่โชว์ฟอร์มเหนียวแน่นตลอดทั้งเกม
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+1 สวิตเซอร์แลนด์เกือบคว้าชัย เมื่อ ดาน เอ็นดอย หลุดเข้าไปยิงจากมุมแคบ แต่บอลหลุดออกนอกกรอบอย่างน่าเสียดาย
ครบ 90 นาที ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษ
ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทั้งสองทีมยังหาโอกาสจะแจ้งได้ไม่มากนัก
ช่วงท้ายเกม จามินตัน กอมปาซ ตัวสำรองของโคลอมเบีย หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงโล่ง ๆ แต่กลับซัดข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ
ครบ 120 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0 ต้องตัดสินผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษ
การยิงจุดโทษเป็น สวิตเซอร์แลนด์ ที่ยิงเข้า 4 จาก 5 คน โดยพลาดเพียง มานูเอล อาคันจี
ส่วน โคลอมเบีย ยิงพลาดถึง 2 ราย ได้แก่ ดาวินซอน ซานเชซ และ คูโช่ เอร์นานเดซ
ทำให้ สวิตเซอร์แลนด์ เอาชนะการดวลจุดโทษ 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ
สวิตเซอร์แลนด์ 0-0 โคลอมเบีย (ต่อเวลาพิเศษ)
สวิตเซอร์แลนด์ ชนะจุดโทษ 4-3
สวิตเซอร์แลนด์ ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1954 และมีคิวพบกับ อาร์เจนตินา ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2569
ด้าน โคลอมเบีย ต้องยุติเส้นทางไว้เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย แม้จะเป็นฝ่ายสร้างโอกาสได้มากกว่าในเกมนี้
เกรกอร์ โคเบล, เดนิส ซากาเรีย, มานูเอล อาคันจี, นิโก้ เอลเวดี้, ริคาร์โด้ โรดริเกซ, เรโม ฟรอยเลอร์, กรานิต ชาคา (กัปตันทีม), ดาน เอ็นดอย, อาร์ดอน จาชารี, ฟาเบียน รีเดอร์, บรีล เอ็มโบโล่
กามิโล่ วาร์กัส, ดาเนียล มูนญอซ, ดาวินซอน ซานเชซ, จอน ลูกูมี่, โยฮัน โมฮิก้า, กุสตาโว่ ปวยร์ต้า, เจฟเฟอร์สัน เลร์มา, จอน อาเรียส, ฮาเมส โรดริเกซ (กัปตันทีม), ลุยส์ ซัวเรซ, ลุยส์ ดีอาซ
ผู้ตัดสิน: อีวาน บาร์ตัน (เอลซัลวาดอร์)