ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่สนาม เอทีแอนด์ที สเตเดียม กลายเป็นบิ๊กแมตช์แห่งคาบสมุทรไอบีเรีย เมื่อ โปรตุเกส ลงสนามพบกับ สเปน โดยผู้ชนะของเกมนี้จะผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับ เบลเยียม ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569
เกมดำเนินไปอย่างเข้มข้นตลอด 90 นาที ก่อนที่ มิเกล เมรีโน่ จะสวมบทฮีโร่ ซัดประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พา "กระทิงดุ" เฉือนชนะ "ฝอยทอง" 1-0 พร้อมส่งโปรตุเกสตกรอบ และปิดฉากเส้นทางฟุตบอลโลกของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อย่างเป็นทางการ
เริ่มเกมได้เพียง 3 นาที สเปนได้โอกาสลุ้นก่อนจาก มิเกล โอยาร์ซาบาล ที่ลองยิงไกล แต่ ดีโอโก้ คอสต้า ยังรับไว้ได้สบาย
นาทีที่ 7 โปรตุเกสตอบโต้ทันที ชูเอา กานเซโล่ เติมขึ้นมายิงไกล แต่บอลพุ่งข้ามคานออกไป
ถัดมาเพียงนาทีเดียว สเปนพลาดโอกาสทอง เมื่อ ดานี่ โอลโม่ แทงทะลุช่องให้ โอยาร์ซาบาล หลุดเดี่ยว แต่เจ้าตัวยิงหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 12 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้จังหวะยิงมุมแคบ แต่ อูไน ซิม่อน ยังยืนตำแหน่งดีและป้องกันเอาไว้ได้
จากนั้นนาทีที่ 16 ลามีน ยามาล ลากตัดเข้าในก่อนปั่นด้วยเท้าซ้าย บอลเกือบเสียบมุม แต่ ดีโอโก้ คอสต้า โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดเอาไว้ได้ ก่อนที่ อเล็กซ์ บาเอน่า จะตามซ้ำ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือผู้รักษาประตูโปรตุเกส
ช่วงท้ายครึ่งแรก สเปนยังครองเกมได้เหนือกว่า และมีโอกาสอีกครั้งจาก ดานี่ โอลโม่ ที่ได้โหม่งจ่อ ๆ ในกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบออกไป จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0
เริ่มครึ่งหลัง นาทีที่ 56 โปรตุเกสต้องเสีย นูโน่ เมนเดส ที่ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ เนลสัน เซเมโด้ ถูกส่งลงสนามแทน
สเปนยังเป็นฝ่ายเดินหน้าบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 64 อเล็กซ์ บาเอน่า ยิงไกลเข้ามือ ดีโอโก้ คอสต้า
นาทีที่ 72 ลามีน ยามาล ปั่นฟรีคิกเกือบเสียบใต้คาน แต่ คอสต้า ยังโชว์ปฏิกิริยาอันยอดเยี่ยม บินปัดบอลออกหลังได้อีกครั้ง
เกมทำท่าว่าจะต้องต่อเวลาพิเศษ แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+1 สเปนมาได้ประตูสำคัญ เมื่อ เฟร์ราน ตอร์เรส จ่ายทะลุช่องให้ มิเกล เมรีโน่ หลุดเดี่ยวก่อนยิงผ่านมือ ดีโอโก้ คอสต้า เสียบเสาแรกอย่างเฉียบขาด ส่งสเปนขึ้นนำ 1-0
ช่วงเวลาที่เหลือ โปรตุเกสพยายามเปิดเกมรุกเต็มกำลัง แต่ไม่สามารถทวงประตูตีเสมอได้
จบเกม สเปน เอาชนะ โปรตุเกส 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ พร้อมมีคิวดวลกับ เบลเยียม ในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้
ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ยังถือเป็นการปิดฉากเส้นทางในศึกฟุตบอลโลกของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 6 ซึ่งเจ้าตัวประกาศไว้ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ว่า ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นเวิลด์คัพครั้งสุดท้ายในอาชีพค้าแข้ง
แม้จะไม่สามารถพาทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ แต่โรนัลโด้ยังคงได้รับเสียงปรบมือจากแฟนบอลทั่วสนามในฐานะหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล
โปรตุเกส 0-1 สเปน
ผู้ทำประตู
0-1 มิเกล เมรีโน่ นาที 90+1
ดีโอโก้ คอสต้า - ชูเอา กานเซโล่, รูเบน ดิอาส, เรนาโต้ เวก้า, นูโน่ เมนเดส - วิตินญ่า, ชูเอา เนเวส - เปโดร เนโต้, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ชูเอา เฟลิกซ์ - คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (กัปตันทีม)
อูไน ซิม่อน - เปโดร ปอร์โร่, เปา กูบาร์ซี่, เอเมอริก ลาป๊อร์กต์, มาร์ก กูกูเรย่า - โรดรี้, เปดรี้ - ลามีน ยามาล, ดานี่ โอลโม่, อเล็กซ์ บาเอน่า - มิเกล โอยาร์ซาบาล
ผู้ตัดสิน: แอนโธนี่ เทย์เลอร์ (อังกฤษ)