การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย สวิตเซอร์แลนด์ แชมป์กลุ่ม บี ลงสนามพบกับ แอลจีเรีย ที่หวังสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งที่สองของประเทศ แต่สุดท้ายเป็นทัพ "นาฬิกา" ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง เอาชนะไปได้ 2-0 พร้อมตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ
แม้แอลจีเรียจะเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกได้อย่างดุดันในช่วงต้นเกม แต่โอกาสเข้าทำครั้งแรกของสวิตเซอร์แลนด์กลับเปลี่ยนเป็นประตูได้ทันที
นาทีที่ 11 โยฮัน มานซัมบี รับบอลจาก กรานิต ชาคา ก่อนโชว์ความสามารถเฉพาะตัว ลากบอลผ่านแนวรับแอลจีเรียเข้าไปถึงเส้นหลัง แล้วเปิดเรียดเข้ากลางให้ บรีล เอ็มโบโล่ วิ่งเข้าชาร์จจ่อ ๆ ส่งบอลเข้าตาข่าย พาสวิตเซอร์แลนด์ออกนำ 1-0
หลังเสียประตู แอลจีเรียพยายามเปิดเกมบุกหวังทวงประตูคืน แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของสวิตเซอร์แลนด์ได้ ขณะที่ทัพสวิสอาศัยจังหวะสวนกลับเล่นงานได้อย่างอันตราย
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก อิบราฮิม มาซ่า ได้โอกาสยิงด้วยเท้าซ้าย แต่บอลเรียดหลุดออกนอกกรอบ ทำให้จบ 45 นาทีแรก สวิตเซอร์แลนด์ยังนำอยู่ 1-0
เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 48 วินาที สวิตเซอร์แลนด์มาได้ประตูที่สองอย่างรวดเร็ว
จากจังหวะที่แนวรับแอลจีเรียสกัดบอลไม่ขาด บอลมาเข้าทาง แดน เอ็นดอย ก่อนซัดด้วยขวาส่งบอลเสียบเสาไกลอย่างเฉียบคม ช่วยให้สวิตเซอร์แลนด์หนีห่างเป็น 2-0
นาทีที่ 81 สวิตเซอร์แลนด์เกือบได้ประตูปิดกล่อง เมื่อ ฟาเบียน รีเดอร์ หลุดเข้าไปยิงโล่ง ๆ แต่ ลูก้า ซีดาน นายทวารแอลจีเรีย ยังโชว์ปฏิกิริยาเยี่ยม พุ่งเซฟเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้
จบการแข่งขัน สวิตเซอร์แลนด์ เอาชนะ แอลจีเรีย 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ และจะรอพบผู้ชนะระหว่าง โคลอมเบีย กับ กานา
สวิตเซอร์แลนด์ 2-0 แอลจีเรีย
1-0 บรีล เอ็มโบโล่ นาที 11
2-0 แดน เอ็นดอย นาที 46
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : โยฮัน มานซัมบี
ปีกดาวรุ่งของสวิตเซอร์แลนด์โชว์ฟอร์มโดดเด่น ด้วยการลากบอลสุดสวยก่อนแอสซิสต์ให้ บรีล เอ็มโบโล่ ยิงประตูขึ้นนำ และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ