ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 เป็นการพบกันระหว่าง เยอรมนี แชมป์กลุ่ม อี พบกับ ปารากวัย หนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด โดยผู้ชนะของคู่นี้จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปพบกับผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส หรือ สวีเดน ในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้
เริ่มเกมมา เยอรมนีเป็นฝ่ายครองบอลและเดินหน้าบุกเข้าใส่ตามสไตล์ แต่แม้จะสร้างความกดดันได้ต่อเนื่องก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของปารากวัยได้
ขณะที่เกมกำลังจะจบครึ่งแรก นาทีที่ 42 ปารากวัยใช้โอกาสเพียงไม่กี่ครั้งเปลี่ยนเป็นประตูขึ้นนำ จากจังหวะลูกเตะมุมที่แนวรับเยอรมนีเคลียร์ไม่ขาด บอลไหลออกมาทางฝั่งขวา ก่อนที่ มาตีอัส กาลาร์ซ่า จะเปิดบอลเข้ากลาง และ ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่ โขกเต็มศีรษะส่งบอลเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด
จบ 45 นาทีแรก ปารากวัยออกนำ เยอรมนี 1-0
กลับมาครึ่งหลัง เยอรมนีเปิดเกมรุกหนักทันที และนาทีที่ 54 ก็ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ เมื่อ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ โหม่งเช็ดบาง ๆ บอลตกพื้นก่อนเด้งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม
หลังได้ประตูตีเสมอ ทัพอินทรีเหล็กยังเดินหน้าบุกต่อเนื่อง
นาทีที่ 78 ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้โอกาสโหม่งอีกครั้งจากลูกเปิดด้านข้าง แต่ ออร์ลันโด้ กิลล์ นายทวารปารากวัย ยังโชว์ซูเปอร์เซฟ ป้องกันเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ครบ 90 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที
ช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 102 เยอรมนีส่งบอลเข้าประตูได้จากลูกโหม่งของ โจนาธาน ทาห์ หลังรับบอลจากลูกเตะมุม
อย่างไรก็ตาม หลังผู้ตัดสินเช็ก VAR ได้ตัดสินไม่ให้ประตู เนื่องจาก วัลเดมาร์ อันตอน ไปทำฟาวล์ใส่ ออร์ลันโด้ กิลล์ ผู้รักษาประตูของปารากวัยก่อน ทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-1
เข้าสู่นาทีที่ 119 เยอรมนีได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเตะมุม โดย วัลเดมาร์ อันตอน ได้โหม่งโล่ง ๆ แต่บอลยังตรงตัว ออร์ลันโด้ กิลล์ ที่รับเอาไว้ได้
จบ 120 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 1-1 ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษ
การยิงจุดโทษ 5 คนแรก ทั้งสองทีมยิงพลาดฝั่งละ 2 คน
เยอรมนี ยิงพลาดโดย ไค ฮาแวร์ตซ์ และ นิค โวลเทอมาเดอ
ปารากวัย ยิงไม่เข้าจาก อันโตนิโอ ซานาเบรีย และ ฟาเบียน บัลบูเอน่า
ทำให้สกอร์ยังเสมอกัน 3-3 และต้องดวลแบบซัดเดนเดธ
คนยิงลำดับที่ 6 ของเยอรมนี โจนาธาน ทาห์ ยิงข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่ โฮเซ่ คานาเล จะรับหน้าที่สังหารอย่างเฉียบขาด ส่งให้ปารากวัยเอาชนะในการดวลจุดโทษ 4-3
ส่งผลให้ ปารากวัย ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026 ไปพบกับผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส หรือ สวีเดน ส่วน เยอรมนี ต้องยุติเส้นทางไว้เพียงรอบ 32 ทีมสุดท้าย
ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย
เยอรมนี 1-1 ปารากวัย (ต่อเวลาพิเศษ)
ปารากวัย ชนะจุดโทษ 4-3
0-1 ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่ นาที 42
1-1 ไค ฮาแวร์ตซ์ นาที 54
มานูเอล นอยเออร์, โยชัว คิมมิช (กัปตันทีม), อันโตนิโอ รือดิเกอร์, โจนาธาน ทาห์, นาธาเนียล บราวน์, เฟลิกซ์ เมชา, อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช, เลรอย ซาเน่, โฟลเรียน เวียร์ตซ์, ไค ฮาแวร์ตซ์ และ เดนิซ อุนดาฟ
ออร์ลันโด้ กิลล์, ฮวน โฮเซ่ กาเซเรส, กุสตาโว่ โกเมซ (กัปตันทีม), โชเซ่ กานาเล่, จูเนียร์ อลอนโซ่, อันเดรส กูบาส, มิเกล อัลมิรอน, ดาเมียน โบบาดิลญา, มาตีอัส กาลาร์ซ่า, ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่ และ กาเบรียล อาวาโลส
ผู้ตัดสิน : จาลาล จายเอ็ด (โมร็อกโก)