การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เจ นัดที่ 2 เป็นการพบกันของสองทีมที่ต่างพ่ายแพ้มาในเกมแรกอย่าง แอลจีเรีย และ จอร์แดน ทำให้เกมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโอกาสในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
แอลจีเรียปรับทัพด้วยการส่ง ริยาด มาห์เรซ ลงสนามเป็นตัวจริง หวังเพิ่มประสิทธิภาพในเกมรุก ขณะที่จอร์แดนมาเน้นเกมรับและรอจังหวะสวนกลับ
ตลอดครึ่งแรก แอลจีเรียเป็นฝ่ายครองบอลและสร้างโอกาสเข้าทำได้มากกว่าอย่างชัดเจน แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคม ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้
กระทั่งนาทีที่ 36 กลายเป็น จอร์แดน ที่มาได้ประตูขึ้นนำจากเกมสวนกลับเร็ว บอลถูกจ่ายมาถึง นิซาร์ อัล-ราชดาน ที่ได้โอกาสซัดเต็มข้อจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมหนีมือ ลูก้า ซีดาน เข้าไปอย่างสวยงาม ส่งให้จอร์แดนออกนำ 1-0
จบครึ่งแรก จอร์แดน นำ แอลจีเรีย 1-0
กลับมาครึ่งหลัง แอลจีเรียเดินหน้าบุกเต็มกำลัง และความพยายามก็มาประสบผลในนาทีที่ 69 จากลูกเตะมุมที่ นาดีร์ เบนบูอาลี่ ตัวสำรองที่เพิ่งถูกส่งลงสนาม ขึ้นโหม่งเต็มศีรษะส่งบอลเข้าตาข่าย ช่วยให้ทีมตีเสมอเป็น 1-1
เกมเปิดแลกกันอย่างสนุก ก่อนที่นาทีที่ 82 แอลจีเรียจะมาได้ประตูแซงนำ จากจังหวะลูกเตะมุมที่บอลชุลมุนหน้าปากประตู และเป็น อามีน กุยรี่ ที่วิ่งเข้ามายิงจ่อ ๆ เข้าไป แม้จะมีการเช็ก VAR ว่าอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าหรือไม่ แต่สุดท้ายผู้ตัดสินยืนยันให้เป็นประตู
ประตูดังกล่าวกลายเป็นประตูชัยให้ แอลจีเรีย พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ จอร์แดน 2-1 เก็บ 3 คะแนนสำคัญ พร้อมต่อความหวังในการลุ้นเข้ารอบไปจนถึงนัดสุดท้าย
ด้าน จอร์แดน แพ้รวด 2 นัดติดต่อกัน ตกรอบอย่างเป็นทางการ แม้จะเหลือโปรแกรมอีก 1 นัดก็ตาม เนื่องจากแพ้เฮดทูเฮดให้ทั้ง ออสเตรีย และ แอลจีเรีย ทำให้ไม่สามารถลุ้นอันดับ 3 ที่ดีที่สุดได้แล้ว
สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้ายของกลุ่ม เจ จะแข่งขันพร้อมกันในวันที่ 28 มิถุนายน โดย จอร์แดน พบ อาร์เจนตินา และ แอลจีเรีย พบ ออสเตรีย