การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ไอ นัดที่ 2 ที่สนามเม็ตไลฟ์ สเตเดี้ยม ประเทศสหรัฐอเมริกา "ทัพไวกิ้ง" นอร์เวย์ ลงสนามพบกับ เซเนกัล โดยทั้งสองทีมต้องการแต้มสำคัญเพื่อโอกาสในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
นอร์เวย์ ลงสนามด้วยความมั่นใจหลังเปิดหัวเอาชนะ อิรัก 4-1 ส่วน เซเนกัล พ่ายให้กับ ฝรั่งเศส 1-3 ทำให้เกมนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อเส้นทางในฟุตบอลโลก 2026
เริ่มเกมมา ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างสนุก มีโอกาสเข้าทำพอ ๆ กัน แต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย ทำให้สกอร์ยังไม่ขยับ
กระทั่งนาทีที่ 43 นอร์เวย์มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จาก มาร์คุส พีเดอร์เซ่น ที่ถูกส่งลงสนามแทน จูเลียน ไรเยอร์สัน ซึ่งบาดเจ็บตั้งแต่นาทีที่ 13 ก่อนหลุดเข้าไปยิงผ่าน เอดูอาร์ เมนดี้ ส่งบอลตุงตาข่ายอย่างเฉียบขาด
จบครึ่งแรก นอร์เวย์ นำ เซเนกัล 1-0
กลับมาเล่นครึ่งหลังได้เพียง 3 นาที นอร์เวย์ขยับหนีเป็น 2-0 เมื่อ มาร์ติน โอเดการ์ด แทงทะลุช่องอย่างสวยงามให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านมือ เมนดี้ เข้าไปไม่พลาด
อย่างไรก็ตาม เซเนกัลไม่ยอมง่าย ๆ นาทีที่ 53 ซาดิโอ มาเน่ เล่นชิ่งเร็วกับเพื่อนก่อนจ่ายให้ อิสไมล่า ซาร์ หลุดเข้าไปยิงสวนตัว ออร์ยาน นีลันด์ ไล่มาเป็น 1-2
แต่ดีใจได้เพียง 5 นาที นอร์เวย์ก็หนีห่างอีกครั้งเป็น 3-1 จากจังหวะที่ แพทริก เบิร์ก เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ แปโล่ง ๆ บอลเช็ดคานเข้าประตูไป เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ และประตูที่ 4 ในศึกฟุตบอลโลก 2026
ช่วงท้ายเกม เซเนกัลยังไม่ยอมแพ้ นาที 90+3 อิสไมล่า ซาร์ หลุดเข้าไปยิงประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ไล่มาเป็น 2-3 ทำให้ช่วงเวลาที่เหลือเต็มไปด้วยความกดดัน
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+9 เซเนกัลเกือบตีเสมอได้สำเร็จ เมื่อ อิสไมล่า ซาร์ ได้โหม่งแบบไม่มีตัวประกบ แต่บอลข้ามคานออกไปเพียงนิดเดียว
จบเกม นอร์เวย์ เอาชนะ เซเนกัล 3-2 เก็บเพิ่มเป็น 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัด การันตีผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026 ตามหลัง ฝรั่งเศส ได้สำเร็จ
ขณะที่ เซเนกัล ยังมีโอกาสลุ้นต่อในนัดสุดท้าย โดยต้องเก็บชัยชนะเหนือ อิรัก และลุ้นผลการแข่งขันของคู่อื่นเพื่อโอกาสเข้ารอบในฐานะอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้ายของกลุ่ม ไอ จะแข่งขันพร้อมกันในวันที่ 27 มิถุนายน โดย ฝรั่งเศส พบ นอร์เวย์ และ อิรัก พบ เซเนกัล