การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ไอ ที่สนามลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา "ตราไก่" ฝรั่งเศส ลงสนามนัดที่สองพบกับ อิรัก โดยก่อนเกม ฝรั่งเศส เปิดหัวด้วยการเอาชนะ เซเนกัล 3-1 ขณะที่ อิรัก พ่าย นอร์เวย์ 1-4 ทำให้เกมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
เริ่มเกมท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงอย่างนั้น ฝรั่งเศสก็สามารถพังประตูขึ้นนำได้ตั้งแต่นาทีที่ 14 จากความสามารถเฉพาะตัวของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนซัดด้วยขวาส่งบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม พา "ตราไก่" ออกนำ 1-0
หลังจากได้ประตูขึ้นนำ ฝรั่งเศสยังคงเป็นฝ่ายครองเกมและสร้างโอกาสเข้าทำได้มากกว่า แต่แนวรับของอิรักยังช่วยกันสกัดกั้นเอาไว้ได้ ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ ฝรั่งเศส นำ อิรัก 1-0
เข้าสู่ช่วงพักครึ่ง เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อมีพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในเมืองฟิลาเดลเฟีย พร้อมรายงานการเกิดฟ้าผ่าหลายครั้ง ส่งผลให้การแข่งขันต้องหยุดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของนักเตะและแฟนบอล โดยการเริ่มครึ่งหลังล่าช้าออกไปเกือบ 2 ชั่วโมง
เมื่อกลับมาลงสนามอีกครั้ง ฝรั่งเศสยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง และมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 54 จาก คีลิยัน เอ็มบัปเป้ คนเดิม ที่หลุดเข้าไปยิงผ่านผู้รักษาประตูอย่างเฉียบขาด ส่งให้สกอร์ขยับเป็น 2-0
ท้ายเกม นาทีที่ 82 ฝรั่งเศสมาปิดกล่องด้วยประตูแรกในฟุตบอลโลก 2026 ของ อุสมาน เดมเบเล่ ที่ซัดเต็มข้อส่งบอลเสียบมุมอย่างเด็ดขาด ช่วยให้ทัพตราไก่นำห่างเป็น 3-0
จบการแข่งขัน ฝรั่งเศส เอาชนะ อิรัก 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัด พร้อมการันตีผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ
ขณะที่ อิรัก แพ้สองนัดรวด ยังไม่มีคะแนน และต้องลุ้นอย่างหนักในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม
สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้ายของกลุ่ม ไอ จะแข่งขันพร้อมกันในวันที่ 27 มิถุนายน โดย ฝรั่งเศส พบ นอร์เวย์ และ อิรัก พบ เซเนกัล